WiTcast ep 55.2 = 44.2 ยืนบนไหล่ของนิวตัน

การทดลองของ Henry Cavendish


บทความ Oliver Sacks เขียนถึงคาเวนดิช

Edmund Halley กับ Issac Newton ช่วยกันคำนวณวงโคจรดาวหางแฮลลีย์

กฏแรงโน้มถ่วงทำนายน้ำขึ้นน้ำลง

จุดศูนย์กลางมวลและการหมุน

 

Newton’s Cradle


Richard Feynman กล่าวถึงกฎอนุรักษ์พลังงาน

There is a fact, or if you wish, a law, governing natural phenomena that are known to date. There is no known exception to this law – it is exact so far we know. The law is called conservation of energy [it states that there is a certain quantity, which we call energy that does not change in manifold changes which nature undergoes]. That is a most abstract idea, Richard Feynman ( ) because it is a mathematical principle; it says that there is a numerical quantity, which does not change when something happens. It is not a description of a mechanism, or anything concrete; it is just a strange fact that we can calculate some number, and when we finish watching nature go through her tricks and calculate the number again, it is the same…

งาน หรือ work ทางฟิสิกส์

พลังงานศักย์ พลังงานจลน์

พลังงานเท่าเดิมตลอดแต่เปลี่ยนรูปได้

การสาธิตโดยคุณ Walter Lewin

คุณ Richard Dawkins ใช้มุกนี้สาธิตความเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์

 Joule’s experiment

 

ทายาททางความคิดของนิวตัน lagrangian และ hamiltonian mechanics

มวลก็คือพลังงานรูปแบบหนึ่ง

ปิดท้าย อธิบายเรื่อง Newton’s Cradle อีกรอบ


ตอนนี้สนับสนุนโดย
ทรายแมว V cat litter (facebook.com/vcatlitter)
ผลิตภัณฑ์ของแฟนรายการ WiTcast
ใครทาสเหมียวอย่าลืมไปอุดหนุนนะฮะ ผมกับลูซี่ลองแล้วใช้ดีจริงๆ ดูดกลิ่นดีมาก

#WiTcast ep 55.2 = 44.2 ยืนบนไหล่ของนิวตันhttp://www.witcastthailand.com/witcast-ep-55-2/

Posted by WiTcast on Sunday, July 9, 2017

WiTThai – s01e02 “ฟิสิกส์แมน v สามัญชน” งานวิจัยทะลุมิติของดร.ปริญญา การดำริห์

WiTThai ตอนนี้ฟีเจอริ่งผลงานวิจัยสาขาฟิสิกส์ทฤษฏีของ ดร. ปริญญา การดำริห์ ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

_DSC8103

อาจวรงค์ ป๋องแป๋ง จันทมาศ หนึ่งในผู้ดำเนินรายการ ได้เป็นตัวแทนไปสัมภาษณ์ ดร. ปริญญา จากนั้นนำเรื่องราวกลับมาเล่าถ่ายทอดให้ผู้ดำเนินรายการอีกสองท่านได้ฟังและซักถาม

เนื้อหาของตอนเน้นปูพื้นฐานความเข้าใจทฤษฎีฟิสิกส์ต่างๆ (อาธิ string theory, standard model, supersymmetry, general relativity, supergravity) และความพยายามประสานทฤษฎีเชิงควอนตัมซึ่งใช้กับอนุภาคเล็กๆ เข้ากับทฤษฎีแรงโน้มถ่วงซึ่งใช้กับโลกระดับใหญ่

คุณอาจวรงค์ได้อธิบายเรื่องที่เข้าใจยากมากๆ เหล่านี้ ให้คนทั่วไปพอจะสามารถเข้าถึงหรืออย่างน้อยๆ ร่วมเห็นความสำคัญได้ เช่นได้ร่วมเข้าใจว่าเหตุใดความก้าวหน้าด้านการคำนวณที่อาจารย์ปริญญาทำสำเร็จจึงได้รับการยอมรับในระดับโลก

นอกจากนี้ท้ายตอนมีเสียงบันทึกของอาจารย์ปริญญาเองมาให้ข้อคิดเกี่ยวกับความอดทนและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคในการทำงาน รายการตอนนี้ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้ผู้ฟังรับทราบว่านอกจากงานเชิงประยุกต์แล้ว สกว.ก็สนับสนุนงานวิจัยเชิงทฤษฎีที่พยายามจะเข้าใจธรรมชาติในระดับลึกเช่นเดียวกัน


Timestamp

0:00-4:52 intro
4:52-7:32 เกริ่นถึงดร.ปริญญา
7:33-10:23 ปูอารมณ์ อะไรบันดาลใจให้ป๋องแป๋งชอบฟิสิกส์ทฤษฎี
10:24-13:25 หัวข้องานวิจัยของดร.ปริญญา ที่ว่าด้วย supergravity และความสัมพันธ์แบบ AdS/CFT ใน 7 มิติ
13:43-16:47 ย้อนไปเล่าความพยายามรวมกฏเกณฑ์ของโลกเล็กเข้ากับโลกใหญ่
16:47- 20:23 Paul Dirac จับทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษมารวมกับควอนตัม ได้เป็นสนามควอนตัม และนำไปสู่ Standard Model ซึ่งเวิร์กมาก
20:23-22:36 ลองเอาสัมพัทธภาพทั่วไปที่กว้างกว่ารวมดูบ้าง ปรากฏเจอค่าอนันต์เบร้อ คำนวณไม่ได้
22:36-23:54 หันไปพึ่งทฤษฎี Superstring
23:54-25:23 เล่าโยงไปถึง Supergravity เกิดจากสัมพัทธภาพทั่วไป ผสม supersymmetry ซึ่งคำนวณไม่ได้เบร้ออยู่นานจนนึกว่าไม่มีประโยชน์
25:23-31:44 กลับมาซูเปอร์สตริง ปกติเวิร์กมากสำหรับพลังงานต่ำ ข้อจำกัดคือเวลาชนพลังงานสูงคำนวณไม่ได้ แต่พอเอามาใส่ในกรอบ Supergravity แล้วดันคำนวณได้ ทฤษฎีนี้เลยคืนชีพ
31:44-36:00 ย้อนกลับไปอธิบาย Supersymmetry ที่เป็นส่วนผสมของ Supergravity เริ่มจากสมมาตรคืออะไร
36:00-43:34 Emmy Noether เอาเรื่องสมมาตรมาอธิบายที่มาของกฏฟิสิกส์ได้
43:34-45:47 แตะนิดๆ เรื่อง gauge theory
45:47-54:13 อธิบายเรื่อง supersymmetry บรรดาอนุภาคที่ควรจะมีคู่สมมาตรของกันและกัน
54:13-56:13 ประโยชน์ของ Supersymmetry เอามากำจัดค่าอนันต์ได้
56:13-1:01:14 ทวนนิดหน่อย ต่อด้วยหลักการย้ายกรอบคำนวณจากทฤษฎีนึงไปอีกทฤษฎีนึง ซึ่งก็คือความสัมพันธ์แบบ AdS/CFT  ทำให้ทฤษฎีพวกอนุภาคเอาไปคำนวณกับทฤษฎีแรงโน้มถ่วงได้
1:01:14-1:04:39 หลัก holographic principle คือเปลี่ยนจำนวนมิติแล้วคำนวณได้ แรงโน้มถ่วงใน d มิติ ย้ายไปคำนวณเป็นสนามควอนตัม d-1 มิติได้
1:04:39-1:12:39 ในที่สุดก็มาถึงงานวิจัยของอาจารย์ปริญญา ที่ทำเรื่อง supergravity ใน 7 มิติ ซึ่งไม่มีใครทำได้มาก่อน / 1:12:39-1:18:23 ปิดท้ายรายการด้วยเสียงดร.ปริญญา เล่าเรื่องความพยายามในการแก้โจทย์ปัญหา
1:18:23-1:24:33  เฉลยคำถาม WiTThai ตอนที่แล้ว ประกาศรางวัล และถามคำถามตอนใหม่


 

ตอนนี้ฟีเจอริ่งผลงานวิจัยสาขาฟิสิกส์ทฤษฏีของ ดร. ปริญญา การดำริห์ ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ตัวอย่างรายชื่องานวิจัยที่ตีพิมพ์ลง Journal of High Energy Physics (JHEP)
3D supergravity from wrapped M5-branes – Parinya Karndumri, Eoin Ó Colgáin – March 2016

_DSC8119

Non-semisimple gauging of a magical N = 4 supergravity in three dimensions -Parinya Karndumri – December 2015

Twisted compactification of N = 2 5D SCFTs to three and two dimensions from F(4) gauged supergravity -Parinya Karndumri – September 2015

_DSC8128

Erratum to: Holographic RG flows in six dimensional F(4) gauged supergravity – Parinya Karndumri-June 2015

_DSC8138

RG flows from (1,0) 6D SCFTs to N = 1 SCFTs in four and three dimensions – Parinya Karndumri-June 2015

ป๋องแป๋งไปสัมภาษณ์อาจารย์แล้วนำกลับมาเล่าถ่ายทอดอีกที

_DSC8089

รูปคุณ Emmy Noether

รูปตารางอนุภาค Supersymettry

ตัวอย่างสมการที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง supergravity

#WiTThai – s01e02 – ตอน "ฟิสิกส์แมน v สามัญชน"http://witcastthailand.com/witthai-s01e02/- หนทางมนุษยชาติสู่ทฤษฎีแห่งส…

Posted by WiTcast on Wednesday, April 6, 2016